บทที่2 ปักษาและวิฬาร์
posted on 27 Apr 2010 20:08 by ponjiwและแล้วหลังจากการโหมทำ repair เห้ย rewrite
นิยายบทที่2 ก็เสร็จสิ้นออกมา ให้เชยชม และ ชมเชย
และได้ ลองลิ้ม ชิ้มรส (พอหละ - -")
เพื่อเป็นการไม่เสียเวลาต่อเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ลุงๆ ป้าๆ อาๆ น้ำๆ (มันจะอะไรอีกนานไหม)
ขอเชิญรับชมกันได้แล้วครับบบ!!
^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^ ^/\^
สายลมเย็นพัดโบกเบาๆปะทะกับ ใบหญ้าและ ใบไม้จนปลิวไปตามแรงลมคล้ายกับภูติไม้ตัวเล็กๆที่กำลังเริงระบำ อยู่กับสายลมอย่างสนุกสนาน แสงสีเขียวท่อประกายเรืองออกมาเมื่อเหล่าใบไม้นั้นต้องกับแสงแดดอ่อนๆ เหล่าสัตว์น้อยใหญ่ต่างเริงรมย์กับบรรยากาศอันเย็นสบายที่เปรียบเสมือนกับของขวัญอันแสนวิเศษจากธรรมชาติผู้ยิ่งใหญ่
“นี้ นี้ นี้ เจ้าเหยี่ยวได้ยินไหม เจ้าเหยี่ยว!!!” เสียงเด็กสาวดังเรียกเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ลงไปนั่งอึ้งอยู่กับพื้นไม้ภายในบ้านที่เปิดรับลม ใบหน้าสีขาวออกอาการแดงระเรื่อขึ้นจะด้วยอะไรก็มิทราบ แต่น่าจะเป็นเพราะสาวน้อยคู่กัดของเขายามวัยเด็กได้กลายเป็นสาวน้อยน่ารัก ผิวขาวนวลออกชมพูนิดๆ ริมฝีปากสีชมพูอ่อนดูเอิบอิ่ม ผมสีขาวแซมเงินดูเป็นประกาย เข้ากับชุดสีขาวที่ทำจากผ้าแพรสีขาวเนื้อมันวาวให้สัมผัสที่นุ่มลื่นยามจับต้อง ภายในซุกซ่อนร่างบางของสาวน้อยที่สูงไม่มากนักเอาไว้ จนทำให้สาวน้อยผู้นี้ดูเหมือนตุ๊กตาแสนน่ารักที่ประดับด้วย ปิ่นปักผมสีเงินมันวาวที่ช่วยเพิ่มความน่ารักที่มากอยู่แล้วให้เพิ่มมากขึ้นอีก
“เหวออออ” เด็กหนุ่มร้องเสียงหลง ก่อนจะหงายหลังโครมเมื่อใบหน้าของสาวน้อยเข้ามาใกล้ใบหน้าของเขาเล่นเอาหัวใจที่ไม่ค่อยจะเต้นแรงนักเต้นแรงขึ้นมาทันที ใบหน้าที่เมื่อก่อนหน้านี้แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงขึ้นมาอีก จนเก็บอาการเขินไว้ไม่อยู่
“อย่ามาทำให้ตกใจกันสิ ยัยแมว มิโดลิ!!!” เด็กหนุ่มตะคอกเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความเขินนั้นแต่ทว่ากลับไม่ได้ผลเพราะสายตาของเจ้าหล่อนที่เล่นจ้องมองดูอากับกิริยาของเพื่อนตัวแสบของเธอไว้อย่างชนิดที่ไม่มีทางหลบพ้นเลย ก่อนที่ดวงตาสีเงินวาวนั้นจะเปลี่ยนเป็นฉายแววความได้เปรียบขึ้นมา
“ฮิ ฮิ เธอนี้เวลาอายดูน่ารักจังนะ แต่ว่าที่อายนี้เพราะฉันหน้ารักใช่ไหมหละ ฮาฮาฮา” เด็กสาวสลัดคราบความเรียบร้อยน่ารักออกไปจนหมดพร้อมทั้งพูดแสดงว่าตนชนะเขาแล้วในครั้งนี้
“แกล้งกันนักใช่ไหมฮะ อย่างนี้ต้องเจอนี้.....”วาชิพูดลากเสียงก่อนเริ่มลงมือละเลงหัวเด็กสาวอย่างสนุกสนาน จนผมบนหัวของเด็กสาวดูไม่เป็นทรงทำเอาเด็กสาวน่ารักๆถึงกับโวยวายยกใหญ่ ก่อนจะเริ่มละเลงหัวของอีกฝ่ายเหมือนกันหญิงสาวทั้งสองผู้เป็นแม่ของแต่ละฝ่ายนั่งหัวเราะก่อนจะมองดูอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“อ้าวนี่ พอได้แล้วๆ เดี่ยวชุดก็ขาดหมดหรอก มิโดลิ คืนนี้จะไม่สวยเอานะ” หญิงสาวผมเงินผิวขาวในชุดผ้าแพรเนื้อมันสีฟ้าอ่อนพูดห้าม เด็กสาวที่กำลังตะรุมบอลกับเด็กหนุ่มอีกคน จนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ในขณะที่ซากุระเองก็กำลังเข้าไปห้ามเด็กหนุ่มด้วยเช่นกัน
“นี้ วาชิ หนูมิโดลิ เธอเป็นผู้หญิงนะลูกยังจะไปแกล้งอีก”ซากุระดุลูกชายพร้อมกับเขกหัวไปหลายที่จนวาชิต้องเอามือขึ้นมาบังและพูดอิดออดเบาๆอย่างไร้ทางโต้เถียงได้ว่า“โถ่แม่”
“อ้าวๆ พอกันได้แล้ว ซากุระ พาเจ้าวาชิไปแต่งตัวใหม่เถอะ เสร็จแล้วมีเรื่องจะคุยด้วย”เสียงของโทบิดังห้ามขึ้นก่อนจะแยกทั้งหมดออกจากกัน ........
มุมหนึ่งในคฤหาสน์สุดหรูแสนโอ่อ่าที่สร้างจากไม้สักทองทั้งหมด ภายในประดับด้วยรูปวาดบนกระดาษสาเนื้อดี และ รูปปั้นทองคำ จากศิลปินอันดับต้นๆของอาณาจักร ผู้คนภายในแต่งองค์ทรงเครื่องอย่าง
“หืม ว่าไงนะ เจ้าคุโรคามิ วาชิ ลาออกจากโรงเรียนเพราะทะเลาะกับอาจารย์ และ นักเรียนบางคน ยังงั้นเหรอ”ชายชุดม่วงลายดอกซากุระสีทอง ท่อจากแพรเนื้อมันอย่างดีที่สุดเท่าที่ในเมืองจะมีขาย ในมือถือพัดมีลายสลักลายด้วยทองคำพูดขึ้น
“ใช่ครับ ท่านพ่อ เจ้าวาชิมันทะเลาะซะยกใหญ่ก่อนจะเดินไปลาออกเองเลยครับ” เด็กหนุ่ม ผู้เป็นบุตรเอย “อืมๆ ถ้าอย่างนี้คงมีเรื่องให้ไปเยาะเย้ยกันในคืนงานวันนี้แน่” ชายผู้เป็นพ่อกล่าวก่อนที่ทั้งสองพ่อลูกจะหัวเราะดังไปทั่วทั้งห้องนั้น
บ้านคุโรคามิ
“โอ้โห เท่ไม่เบานิวาชิ ว่าแต่ความเท่นี้จะได้ซักกี่น้ำกันถ้าโดนคำนินทาต่อหน้าของพวกลูกผู้ดี คุณหญิงคุณนาย คุณชายแห่งคฤหาสน์หลังโต” เสียงใสๆ ของมิโดลิพูดชมก่อนที่จะพูดเชือดเฉือนเด็กหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในชุดลูกขุนนางผู้สูงศักดิ์เสื้อแพรสีขาวใสบริสุทธิ์ กับกางเกงผ้าแพรสีน้ำเงินเข้มพร้อมกับรูปนกสีดำบนขากางเกงทั้งสองข้าง ก่อนจะคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวสีฟ้าอ่อนข้างหลังเสื้อมีตราประจำตระกูลที่ถักจากไหมสีทอง
“เหอะ ก็ลองดูสิ เท่ไม่เท่ไม่สนแต่งานนี้มีอาระวาดแน่นอน” วาชิตอบเป็นเชิงท้าพร้อมหักนิ้วมือทั้งสิบเสียงดังใบหน้าเต็มไปด้วยความมันใจในฝีมือของตน เพราะสำหรับเขาแล้วแม้ว่าเรื่องเรียนต่างๆจะไม่เคยผ่านเกณฑ์ก็ตามแต่เรื่องอาระวาดนี้ขอให้ได้บอกมาเถอะจะลุยให้ถึงไหนถึงกันเลย
“พ่อผมเอา วิหกคู่ไปด้วยนะเผื่อมีเรื่อง” เด็กหนุ่มจับดาบคู่ที่เล่มหนึ่งยาวกว่าลำตัวของตนแต่อีกเล่มกับสั้นกว่าลำตัวของตนมาแนบติดไว้ที่เอวทั้งสองค้าง
“เฮ้ยไม่ดีมั้งลูก นี้มันงานใหญ่นะเกิดไปฟันใครเล่นเข้าให้เดี๋ยวมันจะเรื่องใหญ่เอา ถ้ายังไงให้พวกพ่อจัดการก่อนแล้วกัน” โทบิกล่าวอย่างอารมณ์ดี แต่ก็หวั่นๆในความอารมณ์ร้อนของลูกเหมือนกันที่พอโดนใครเปาหูเข้าหน่อยเป็นอันได้ซัดกันซักตุบสองตุบ ส่วนทางเด็กหนุ่มก็ได้แต่หน้างอที่อดเอาอาวุธคู่ใจไปด้วย
ยามเย็นในราชวังคะโชฟุเก็นซึ แสงไฟสีแดง เขียว ทอง ฟ้า และน้ำตาล จากคบเพลิงถูกจุดอยู่ทั่วทั้งบริเวณทางเดินและส่วนต่างๆของวังหลวงแห่งนี้ เสียงดนตรีดังขึ้นจากท้องพระโรงส่วนกลางของราชวังและลานโดยรอบ ที่ตอนนี้ถูกจัดให้เป็นที่จัดงานเลี้ยงฉลอง สำหรับเหล่า ทหาร ขุนนางและกษัตริย์ทีมีขึ้นปีละครั้ง เพื่อผ่อนคลายจากการทำงานอย่างหนัก(อย่างบ้าครั่งสำหรับบางคน)ตลอดทั้งปี เสียงดนตรีของเหล่านักดนตรีในแต่ละสาขาดังคลอไปกับการร่ายรำของเหล่านักเต้นลำทั้งหญิงและชายสร้างความลื่นลมให้กับเหล่าขุนนางและเครือญาติของพวกเขาทั้งหลาย อาหารมากมายถูกจัดเรียงเอาไว้ให้เลือกสรรมารับรับประทานกันได้อย่างไม่อั้นใครมีท้องมาเท่าไรก็กินกันไปเท่านั้น ด้านนอกจากท้องพระโรงมีการประลองกำลังของเหล่าทหารบ้าพลังทั้งหลาย และแน่นอนรวมถึงเหล่าลูกขุนนางฝ่ายบู๊ อย่างวาชิก็ร่วมเข้าด้วยแม้ว่าตัวเองจะอายุน้อยกว่าใครๆก็ตามแต่นั้นก็ไม่ใช่อุปสรรค์สำหรับเขาเพราะนิสัยเฮฮา เปิดเผยไม่มีพิธีรีตองและที่สำคัญคือไม่เย่อหยิ่งในศักดิ์ของลูกองครักษ์ระดับสูงที่เหล่าทหารทั้งหลายต้องเคารพ และฝีมือที่ยอดเยี่ยมทำให้เข้ากับพวกทหารแม่ทัพนายกองได้ง่ายและเป็นที่ยอมรับเสียด้วย
“โอ เป็นไงบ้างวาชิ ลาออกจากโรงเรียนปุบก็กะจะเข้าเป็นทหารเลยหรอ ถึงได้มารวมกลุ่มตะลุมบอลกับ เหล่าทหารทั้งหลายแบบนี้” เสียงที่แสดงถึงความเย่อหยิ่งและสูงศักดิ์ของเด็กหนุ่มผมสีฟ้า นัยน์ตาสีเขียวอ่อนสวมชุดดีเงินที่ตัดจากแพรไหมเนื้อดี
“หึ เปล่าแค่ไม่อยากไปยุ่งกับพวกผู้ดี” เด็กหนุ่มตอบพลางเก็บดาบไม้เข้าที่เก็บของมัน ก่อนจะหันไปตามเสียงเรียกชื่อเขา
“วาชิ.... ว่าแล้วพวกบ้าพลังอย่างนายมันต้องมาอยู่นี้เอง เอ้าผ้า” เสียงใสๆของเด็กสาวแสนน่ารักผมสีขาวเงินวิ่งออกมาจากท้องพระโรงน้ำเสียงที่ดูเป็นห่วงเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่เลิกที่จะกัดด้วยดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเขียวอ่อนของตนให้กับเด็กหนุ่ม
“ขอบใจนะ ว่าแต่ผ้าผื่นนี้มันผื่นโปรดสุดห่วงเลยไม่ใช่เหรอ” เด็กหนุ่มถามอย่างงงๆ ก่อนจะรับผ้ามา
“ไม่เป็นไรหรอกถ้าเป็นนายเอาไปเช็ดเถอะ” เด็กสาวตอบพลางก้มหน้าที่ระเรื่อนิดหน่อยหลบก่อนจะเงยขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ระเรื่อหายไป
“โหยไม่น่าเชื่อว่าเด็กสาวขี้งกผ้าอย่างเธอจะให้ฉันยืมผ้าด้วย เป็นพระคุณอย่างสูงคร้าบบบ”เด็กหนุ่มตอบยียวนพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดีหลังได้เอาเหงือออกจากร่าง
“ไอ้บ้า ว่าฉันขี้งกไม่อยากใช้ใช่ไหมฮะ”เด็กสาวพูดอย่างโมโหก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นตบหัวเด็กหนุ่มแต่ว่าก็พลาดเพราะวาชิรู้ตัวกระโดดหลบพร้อมชิงผ้าในมือมาเสียก่อนที่เขาจะอดได้ใช้ผ้าสุดห่วงผื่นนี้
“หน่านะ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เองยัยแมว โกรธไปได้เดี๋ยวก็ไม่น่ารักหรอก”เด็กหนุ่มพูดยียวนเชิงง้อ ก่อนจะยิ้มให้แล้วใช้มือหนาๆลูบหัวสาวน้อยเบาๆ
“เออ รีบใช้ไปเลยก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ แล้วใครใช้ให้นายมารูปหัวกันนะ ไอ้นี้อย่างโดนถีบใช่ไหมฮะ!” เด็กสาวพูดพลางจะยกขาขึ้นถีบแต่เด็กหนุ่มก็เอี้ยวตัวหลบได้พร้อมแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียนกลับ เหล่าทหารและแม่ทัพนายกองก็ได้แต่ยื่นยิ้มหัวเราะกับท่าทางน่ารักๆของเด็กทั้งสองคนนี้ แต่แล้วความคึกครื้นก็กลับจางลงเมื่อเสียงของคนที่ทุกคนไม่อยากยุ่งด้วยที่สุดดังขึ้นทำลายบรรยากาศดีๆ
“โอ้.... นึกว่าคุณหนูที่ไหนที่แท้ ก็คุณหนูแห่งป่าลึก เนโกะมาตะ มิโดลิ ที่เขาลำลือกันว่าพลังเวทสูงพอๆกับนักเวทย์ระดับสี่ คนนี้นี้เองแต่น่าเสียดายนะที่ไม่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนกลางแห่งโทชิน เหมือนกับเด็กที่เข้าไปเรียนได้เพียงแค่วันเดียวก็ลาออกเพราะไปทะเลาะกับอาจารย์เข้าได้” เด็กหนุ่มผมสีฟ้า สวมชุดแพรพรรณอย่างดีที่สุดเท่าที่ในเมืองนี้จะหาได้เดินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ๆ พร้อมด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
“มีอะไรหรือไง ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่เข้าไปเรียนที่โรงเรียนกลาง เหตุผลก็แบบเดียวกับที่วาชิลาออกมานั้นแหละ มันน่าเบื่อมีอะไรอีกไหม”เด็กสาวตอบอย่างปัดรำควาน
“หึหึ นึกว่าใครมาเสวนาที่แท้ก็ คุโรคามิ กับ เนโกะมาตะ นี้เอง ว่าแต่มาอยู่ที่ลานประลองแบบนี้สนใจจะลองประลองกับบุตรของข้า เกนมะ ไหมหละดูหน่อยสิว่าผู้ที่บอกว่าโรงเรียกกลางน่าเบื่อแบบนี้จะสู้กับเด็กในโรงเรียนกลางได้หรือไม่” ชายชุดม่วงลายดอกซากุระสีทอง ทอจากแพรเนื้อมันอย่างดี ในมือถือพัดมีลายสลักลายด้วยทองคำ พูดขึ้นเป็นเชิงท้าทาย
“ก็ได้นะ ว่าแต่จะให้ประลองเป็นคู่หรือ ยังไม่เห็นคู่ของเจ้า เกนมะเลย หรือว่าลุงจะลงมือเองหละ” วาชิตอบอย่างไม่เกรงกลัว
“โอ้ ย่อมได้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณหนูแค่สองคนคิดว่าจะชนะผมกับลูกชายได้อย่างนั้นรึ”
“หึ น่าสนุกดีนี้ ไม่ลองไม่รู้ ใช่ไหมมิโดลิ” เด็กตอบพลางแสยะยิ้มที่มุมปาก โดยที่ไม่ได้สนใจท่าทางไม่ค่อยมั่นใจของเด็กสาวข้างหลังเลย เพราะเธอรู้ว่าชายเบื้องหน้าเธอคือใคร เขาคือ เทนเซย์ แห่งห้าขุนพลรบจอมเวทผู้กุมอำนาจทหารจอมเวทหนึ่งกองพันไว้ในมือ และความสามารถของขุนพลผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า โทบิ พ่อของวาชิเลยแล้วเราจะเอาอะไรไปสู้กับเขาหละ
“ไปเล่นเป็นเพื่อน วาชิ หน่อยเถอะลูก ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความสามารถอะไรทั้งนั้นหรอก” มือหนาลูบลงที่หัวของเด็กสาว มิโดลิได้แต่หันมามองด้วยแววตาที่แสดงถึงความสงสัย ชายผู้เป็นพ่อก็ได้แต่ยิ้มก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของลูกสาว
“เชื่อใจว่าที่คู่หูของลูกสิ อีกไม่กี่วันก็ต้องออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว ถ้าวันนี้ไม่หัดที่จะสู้ร่วมกันไว้คงไม่อาจเข้าใจอีกฝ่ายได้หรอก” แววตาที่ดูเกรงกลัวและสับสนหายไปเหลือแต่แววตาแห่งความมุ่งมั่นพร้อมๆกับที่ ใบหน้าระเรื่อเล็กน้อยก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วของเด็กสาวปรากฏขึ้น
“ลุยเถอะ เจ้าเหยี่ยวบ้าพลัง” มิโดลิพูดพลางเดินตามวาชิขึ้นลานประลองไป
“เฮ้ ลุงจะเริ่มได้ยัง”วาชูพูดท้า ร่างของพ่อลูก ก็หายวับพลันปรากฏขึ้นที่อีกฝากของลานประลองวงกลมขนาดใหญ่
“เดี๋ยวก่อน”เสียงของโทบิดังขึ้น
“เอ้า! ไอ้ลูกเหยี่ยว” ดาบคู่คู่ใจเด็กหนุ่มลอยขึ้นตามแรงโยนของผู้เป็นพ่อ
“3..........2...........เริ่มได้!!!!” เสียงเจ้าหน้าที่คุมลานประลองประกาศลั่น แผ่นกระดาษสีเหลือง ห้าแผ่นพุ่งออกกระจายออกรอบลานประลอง พลันเปล่งแสงสี เขียว แดง น้ำตาล ทอง น้ำเงิน ออกจากแผ่นกระดาษ แสงสีขาว เชื่อมแผ่นกระดาษทั้งห้าเป็นรูปวงกลม พร้อมแสงสีดำเชื่อมแผ่นทั้งห้าเป็นรูปดาวห้าแฉก วาชิพุ่งตัวออกไปยื่นตรงศูนย์กลางวงกลมนั้นพลันตวัดดาบสีดำพร้อมกับชักออกมาอย่างรวดเร็วเกิดคลื่นอากาศแหวกออกพุ่งตรงไปยังร่างของสองพ่อลูก แต่ทั้งก็กลับหลบได้โดยง่ายเพียงบิดฝ่าเท้าเพียงเท่านั้น
“โอ้ รุนแรงตั้งแต่เริ่มถึงกับใช่มนตราสร้างอาณาเขตห้าธาตุ หมุนเวียนออกมาเลยเหรอ แต่ก็น่าเสียดายที่ผู้พิทักษ์อาณาเขตกลับมีพลังแค่ด้านลบ แล้วอย่างนี้จะควบคุมได้ดีเหรอ คุณหนูทั้งสอง” เทนเซย์กล่าว พลางพุ่งตัวเข้าหาร่างของวาชิอย่างรวดเร็วมือทั้งสองข้างของเขาเปล่งแสงสีทองออกมาก่อนจะกลายเป็นหอกยาวสองเล่ม พุ่งหมายจะทิ้มร่างของวาชิให้ทะลุ
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! เสียงหอกแหวกอากาศพุ่งเสียบร่างของเด็กหนุ่มแต่ร่างนั้นก็กลับกลายเป็นเปลวเพลิง พร้อมๆกับที่ร่างของเด็กหนุ่มปรากฏขึ้นอีกด้านพลางตวัดดาบขึ้น ยันต์สีเหลืองเขียนด้วยอักษรสีแดงดั่งเลือดทางทิศตะวันตกก็ท่อประกายแสงสีแดงเข้มพร้อมกับเกิดลูกไฟลุกพร้อมกับพุ่งเส้นสีแดงมายังดาบในมือของวาชิลุกโชนด้วยเพลิง ดาบในมือตวัดไปมาพร้อมๆกับร่างของเจ้าของดาบที่เคลื่อนที่อย่างไร้รูปแบบ เหมือนดังเปลวไฟยามต้องสายลม
“ปักษาอสูร กำแพงเพลิงผลาญชีวา!” กำแพงเพลิงลุกท้วมล้อมร่างของ เทนเซย์ไว้
“หึ แค่นี้เองรึ ฮาฮาฮา” แม่ทัพหนุ่มฉกรรจ์ หัวเราะลั่นทั้งๆที่กำแพงเพลิงนั้นบีบเข้ามาเรื่อยๆจนพื้นที่ยื่นแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว
“เทพแห่งวสันต์เอ๋ยจงมอบความชุ่มฉ่ำ วายุเอ๋ยจงโหมกระหน่ำ ทั้งสองพลังเอ๋ยจงปัดเป่า เหล่าอัคคีกล้าให้ดับสูญ” เกนมะร่ายเวทก่อกำเนิดสายลมหมุนและ เม็ดฝนตกลงสู่พื้นดินที่มีไฟลุกท้วมอยู่ก่อนจะค่อยๆกลายเป็นห่าพายุฝนที่พัดกระหน่ำจนวงล้อมเพลิงมอดลงเหลือเพียงแต่ควันและลอยเขม่าดำที่บริเวณพื้นดิน ร่างของเทนเซย์ยังคงยืนอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่เมื่อตะกี้ยังมีกองเพลิงที่เกือบจะเผาร่างของเขาทั้งเป็นล้อมรอบตัวเขาอยู่นี้อาจจะเป็นเพราะการที่เขาผ่านศึกมาเป็นเวลานาน
“ห่าฝนเอย จงกระหน่ำเป็นดั่งพายุเข็มแห่งวารี ทิ่มแท้อริข้าให้สาบสูญ!” ห่าฝนที่พัดกระหน่ำอยู่ทวีความรุ่นแรงขึ้นเรื่อยๆจนความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นไปทั่วร่างของวาชิเมื่อเหล่าเม็ดฝนที่เป็นดั่งเข็มพุ่งลงมากระทบร่างของเขา
“หมื่นแสน ศาตรา” คมหอก คมดาบมากมายพุ่งทะลุขึ้นมาจากผื่นดินเกือบทั่วลานประลอง จนบดบังร่างของวาชิไป และถึงแม้มิโดลิจะพยายามใช้มนตราไหนๆสลายเหล่าอาวุธนั้นก็ไม่ได้ผลอะไรทั้งสิ้นเพราะยิ่งสลายไปเท่าใด เหล่าอาวุธก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จนเด็กสาวล้มพับลงเพราะหมดแรง
“ฮา ฮา ฮา เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน ริอาจจะมาสู้กับข้า มันก็ต้องเจออย่างนี้ ฮา........” เสียงหัวเราะและคำกล่าวดูถูกอย่างเย่อหยิ่งดังขึ้นแต่ก็ยังไม่ทันจะได้หัวเราะอีกครั้งก็ต้องชะงักเพราะโดนกระแสจิตที่ที่แสนน่าชิงชังพุ่งเข้ากระทบจนทั่วทั้งร่างของ เทนเซย์ และ เกนมะ ต้องสั่นสะท้าน ลำแสงสีดำแดง พุ่งออกมาจากห่าอาวุธก็พลันระเบิดขึ้น ห่าอาวุธมากมายสลายหายไปจนไม่สามารถที่จะเพิ่มจำนวนได้ทัน ร่างของเด็กหนุ่มที่ชโลมเลือด ผมสีดำน้ำตาลปรกน่า หายใจหอบเล็กน้อย ดาบในมือมีออร่าสีดำปกคลุมจนทั่ว พร้อมทั้งจิตสังหารที่แสนกระด้าง เมื่อเด็กสาวเห็นดังนั้นจึงยันร่างตัวเองให้ลุกขึ้นยื่นก่อนจะค่อยขยับนิ้วเรียวยาวเป็นวงกลม มืออีกข้างตวัดนิ้วไล่ไปตามอากาศเป็นเส้นตรงสีขาวยาวขว้างกับลำตัวของเด็กสาว ดาบสองคมเรียวบางคล้ายกระบี่ปรากฏขึ้นด้านหน้า ตัวดาบสีขาวนวลคล้ายไข่มุก ที่ด้ามมีกระดาษยันต์แปะอยู่
ฟุบ! ร่างของวาชิพุ่งออกไปอย่างเร็วดาบในมือตวัดฟันลงที่พื้นดินเกิดคลื่นอากาศสีดำแหวกทะลวงอากาศรอบๆนั้นให้ฉีกออกพุ่งตรงไปยังร่างของเทนเซย์ และ เกนมะ แสงสีขาวคล้ายกับเกาะแก้วใสป้องกันอยู่
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! ตูม! ตูม! ตูม! เสียงของบางสิ่งแตกออกจากกัน ตามมาด้วยเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอีกหลายครั้ง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณทุกท่านที่(ทน)รับชม
และขอขอบคุณทุกคำติชม
สายลมปลายปากกา
edit @ 27 Apr 2010 20:14:58 by พลจิ๋วหลิว พิวจิ๋วหลน
edit @ 27 Apr 2010 20:15:25 by พลจิ๋วหลิว พิวจิ๋วหลน
edit @ 27 Apr 2010 20:43:44 by พลจิ๋วหลิว พิวจิ๋วหลน